ข้อเข่าเสื่อม โรคที่พบมากในผู้สูงอายุ


โรคข้อเข่าเสื่อมมักพบในผู้สูงอายุ ผู้สูงวัยเพศหญิงจะมีโอกาสเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมได้มากกว่าผู้สูงวัยที่เป็นผู้ชาย โรคนี้หากเป็นแล้วจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้สิ่งที่ทำได้ก็เพียงการประคองอาการของโรคไว้ให้ทรงกับถ้าไม่ดูแลอาการของโรคให้ดีก็มีแต่ทรุดลงหรืออาการหนักเพิ่มขึ้น หากคุณเป็นคนที่เริ่มเข้าสู่วัยสูงอายุหรือเลยวัยกลางคนแล้วก็ควรหาทางดูแลสุขภาพข้อก่อนที่โรคข้อเข่าเสื่อมจะมาเยือนคุณ

ข้อเข่าเสื่อมเกิดจากการสึกกร่อนของกระดูกอ่อนที่คอยรองรับแรงกระแทกช่วงข้อต่อซึ่งอาจจะเป็นข้อสะโพกหรือข้อเข่ารวมถึงข้อบริเวณลำคอด้วย การสึกกร่อนนี้จะทำให้กระดูกข้อมีความสามารถในการรองรับการเคลื่อนไหวน้อยลง อาการข้อเสื่อมเป็นภาวะที่ส่งผลกระทบกับการดำเนินชีวิตประจำวันเป็นอย่างมากโดยจะแสดงอาการดังนี้คือ ข้อยึดติดแต่ไม่นานเกินไปโดยประมาณไม่เกิน 30 นาที ขณะเคลื่อนไหวมีเสียงดังในข้อและกระดูกจะโปน ผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมข้อเข่าอาจมีการโก่งตัวไม่ด้านในก็ด้านนอกทำให้ขาสั้นลงทำให้รู้สึกปวดเวลาเดินและเดินลำบาก ไม่สามารถเหยียดเข่าให้ตึงสุดหรืองอเข่าได้ ข้ออาจล็อคและกล้ามเนื้อจะลีบ


ข้อเสื่อมเกิดจากการเสื่อมของโปรติโอไกลแคนที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของกระดูกอ่อน บางคนอาจคิดว่าโรคข้อเสื่อมเหมือนกับโรคกระดูกพรุน แต่ความจริงแล้วโรคกระดูกพรุนเป็นการเสื่อมของแคลเซียมที่เป็นส่วนประกอบในกระดูกแข็ง ดังนั้นถ้าต้องการป้องกันโรคข้อเสื่อมจึงควรลดปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อกระดูกอ่อนซึ่งอาจทำได้ทั้งในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการกินอาหารและวิถีการดำเนินชีวิตประจำวันดังนี้

การกินอาหารผู้ป่วยโรคข้อเสื่อมควรลดอาหารประเภท หวาน มัน เค็ม หรือพูดง่ายๆ คือกินอาหารที่มีลักษณะเดียวกับอาหารคุมน้ำหนัก ถ้าคุมน้ำหนักได้จะทำให้อาการปวดข้อลดลง ถ้าเป็นไปได้ควรเลือกกินธัญพืชที่มีการขัดสีน้อยเช่น น้ำตาลทรายแดง ข้าวกล้อง แป้งไม่ขัดขาว ฯลฯ ในเรื่องของสารอาหารประเภทโปรตีนควรเลือกกินโปรตีนจากปลาแทนการกินโปรตีนจากเนื้อสัตว์เพราะกรดไขมันโอเมก้า-3 ที่มีอยู่ในเนื้อปลาจะช่วยลดการอักเสบของข้อได้โดยเฉพาะข้อเข่า

การดำเนินชีวิตประจำวันควรหาเวลารับแสงแดดอ่อนๆ ช่วง เช้า-เย็น อย่างน้อยวันละ 10 นาทีเพื่อป้องกันการขาดวิตามินดีที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำงานของแคลเซียม อาจมีการเสริมกลูโคซามีนซัลเฟตเพื่อช่วยลดอาการปวดข้อและลดการแคบของข้อได้ การปรับวิถีการดำเนินชีวิตประจำวันควรเพิ่มกิจกรรมที่มีการบริหารกล้ามเนื้อโดยเฉพาะอย่างยิ่งกล้ามเนื้อต้นขาเพื่อช่วยลดแรงกระแทกต่อข้อเข่าและไม่ควรทำกิจกรรมที่ส่งผลกระทบหรือส่งแรงกระทำไปยังข้อมากเกินไป ทั้งนี้ควรหลีกเลี่ยงการนั่งขัดสมาธิหรือนั่งพับเพียบเป็นเวลานานๆ แม้แต่นั่งยองๆ ก็ไม่ควร ถ้าจะนั่งควรนั่งบนเก้าอี้โดยต้องเปลี่ยนอิริยาบถอยู่เสมออย่านั่งนิ่งๆเป็นเวลานานๆ ถ้าคุณเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมแล้วจะทำให้เคลื่อนไหวร่างกายลำบากอย่ารอให้เป็นโรคนี้เสียก่อนควรหันมาใส่ใจสร้างสุขภาพข้อเข่าที่แข็งแรงกันดีกว่า



ใส่ความเห็น