ปวดประจำเดือน (Dysmenorrhea) อาการ สาเหตุและการรักษา

อาการปวดประจำเดือน (Dysmenorrhea) พบได้บ่อยในเด็กสาววัยรุ่นอายุตั้งแต่ 15-25 ปีเป็นวัยที่ประจำเดือนของผู้หญิงเริ่มมา การปวดประจำเดือนจะเริ่มเมื่อมีประจำเดือนครั้งแรกและเมื่ออายุมากขึ้นการปวดท้องประจำเดือนจะค่อยๆลดลงแล้วหายไปแต่มีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่ปวดท้องประจำเดือนทุกเดือนจนกระทั่งถึงวัยหมดประจำเดือน

การปวดท้องประจำเดือนมีสาเหตุมาจากร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนในช่วงก่อนและช่วงระหว่างที่มีประจำเดือนซึ่งจะส่งผลให้มดลูกมีการเกร็งและบีบตัวจนปวดท้องน้อย โดยปกติอาการปวดประจำเดือนจะไม่มีผลกระทบที่อันตรายต่อร่างกายแต่หากผู้หญิงบางคนเครียดหรือวิตกกังวลมากเกินไปอาจทำให้การปวดท้องประจำเดือนรุนแรงกว่าปกติ

ลักษณะของการปวดท้องประจำเดือนจะปวดหน่วงๆแถวท้องน้อยหรือปวดบิดเป็นระยะๆอาจมีอาการร่วมอย่างอื่นเช่น ปวดศีรษะ อารมณ์หงุดหงิด คลื่นไส้ บางคนรุนแรงถึงขั้นอาเจียน ครั่นเนื้อครั่นตัว ปวดบั้นเอว อาจมีไข้ไม่สบายได้


การบรรเทาอาการปวดประจำเดือน หากรู้ตัวว่าเริ่มปวดท้องประจำเดือนให้กินยาแก้ปวดพาราเซตามอลครั้งละ 2 เม็ด ทุก 4-6 ชั่วโมง แต่หากอาการปวดประจำเดือนรุนแรงก็ควรนอนพักแล้วหากระเป๋าน้ำร้อนมาประคบบริเวณหน้าท้องและกินยาแก้อักเสบเช่น อินโดเมทาซิน (Indometacin) หรือไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3-4 ครั้ง แล้วพยายามทำตัวให้ผ่อนคลายอย่าวิตกกังวลมากเกินไป

การรักษาสุขภาพขั้นพื้นฐานจะช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้คือกินอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบทั้ง 5 หมู่และให้เน้นอาหารที่มีกากใยสูง (Fiber) ผลไม้และผักที่มีธาตุเหล็ก แคลเซียมและวิตามินบี1 ควรหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอทุกวันและพักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอในแต่ละวันและสิ่งสุดท้ายที่สำคัญคืออย่าวิตกกังวลหรือเครียดกับอาการปวดท้องประจำเดือนมากเกินไป เมื่ออายุมากขึ้นอาการปวดประจำเดือน (Dysmenorrhea) ก็จะค่อยๆหายไปเอง