เด็กติดเกมส์ ปัญหาอยู่ที่ใครและจะแก้ไขอย่างไร

ปัญหาเด็กติดเกมส์จะแก้ที่ใครตัวเด็กหรือผู้ปกครอง

ปัญหาเด็กติดเกมส์เป็นปัญหาที่ต้องยอมรับว่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับทุกบ้านทุกครอบครัวก็ว่าได้ เด็กนักเรียนส่วนมากพอมีเวลาว่าง(บางทีก็แอบใช้เวลาเรียน)มาเล่นเกมส์ทางอินเตอร์เนตที่มักเรียกกันว่าเกมส์ออนไลน์ ปัญหานี้จะไม่เกิดหากเด็กเหล่านี้รู้จักรับผิดชอบสามารถควบคุมตัวเองได้ว่าควรจะเล่นเกมส์เวลาใดแต่เด็กก็ย่อมเป็นเด็กอยู่วันยังค่ำ ความอยากรู้อยากลองอยากเล่นสนุกต้องมาก่อนตามประสาเด็กๆ จึงทำให้ไม่อาจควบคุมตัวเองให้อยู่ในตารางเวลาที่เหมาะสมได้

ปัญหาเด็กติดเกมส์อีกอย่างคือประเภทหรือชนิดของเกมส์ที่เล่น หากเกมส์นั้นเป็นเกมส์ที่เกี่ยวกับการผจญภัยตามป่าเขา เกมส์การ์ตูนหรือการค้นหาสมบัติก็ว่าไปอย่างแต่เกมส์ออนไลน์เดี๋ยวนี้จะออกมาในรูปแบบที่มีการยิงการฆ่ากันด้วยอาวุธทุกรูปแบบชนิดเลือดท่วมจอหรือที่เรียกว่าเกมส์ประเภทไฟท์เตอร์ ตัวผู้เล่นจะต้องตะลุยผ่านด่านต่างๆที่ต้องใช้อาวุธรบราฆ่าฟันชนิดด่านต่อด่าน เมื่อเด็กเล่นเกมส์ประเภทนี้บ่อยๆเด็กจะมีปัญหาทางด้านอารมณ์และจิตใจ ความจริงจังที่จะเอาชนะเกมส์มีมากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บางคนพอเล่นเกมส์แพ้ก็ร้องไห้เสียใจ บางคนเอาจริงเอาจังถึงกับว่าถ้าไม่ชนะเกมส์นี้หรือผ่านด่านนี้ไม่ได้จะไม่ยอมกลับบ้านก็มี ขณะเล่นเกมส์ก็จริงจังมากบางทีก็มีการพูดสบถคำหยาบออกมาจนเป็นนิสัยและนำไปพูดในชีวิตประจำวันจนผู้ปกครองรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของตัวเด็ก



ปัญหาการติดเกมส์ก่อให้เกิดปัญหาทั้งกับตัวเด็กและผู้อยู่รอบข้าง สาเหตุของปัญหาน่าจะมาจากการที่ผู้ปกครองไม่มีเวลาดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด ในภาวะเศรษฐกิจที่ต้องเน้นที่การหารายได้เข้าบ้านจึงทำให้ผู้ปกครองละเลยความเอาใจใส่ที่ควรจะมีต่อบุตรหลาน ที่เห็นได้บ่อยคือเวลาที่เด็กทำอะไรผิดมักจะถูกผู้ปกครองลงโทษทันทีอาจจะด้วยการดุด่า เฆี่ยนตี แต่พอเด็กทำดีกลับไม่มีคำชมเชยจากผู้ปกครองทำให้เด็กน้อยใจว่าทำไมทำดีแต่ไม่ได้รับคำชมตรงกันข้ามกับพอทำผิดก็โดนดุหรือลงโทษเสมอ เด็กวัยรุ่นจึงมักหันไปหาที่พึ่งที่เขาคิดว่าเข้าใจเขาเช่นกลุ่มเพื่อน หากเจอเพื่อนดีก็ดีไปแต่หากเจอเพื่อนที่ชักชวนไปในทางที่ผิดก็จะทำให้เกิดปัญหาอื่นๆตามมา

การแก้ปัญหาเด็กติดเกมส์จึงไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแต่เป็นสิ่งที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งทางโรงเรียนและทางบ้านตลอดจนสังคมที่แวดล้อมตัวเด็กอยู่ ดังนั้นขอให้ทุกฝ่ายพยายามประนีประนอมเอาใจเขามาใส่ใจเราแล้วจะรู้และเข้าใจถึงความคิดของอีกฝ่ายหนึ่ง หากทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นผู้ปกครอง ตัวเด็ก ครู สังคมที่แวดล้อมเด็กมีความเข้าใจซึ่งกันและกันหันหน้าเข้าหากันเพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาและช่วยกันประคับคองกันไปจะทำให้ลดปัญหาที่จะเกิดต่อเนื่องลงได้และทำให้สังคมน่าอยู่มากขึ้น

ใส่ความเห็น