เบาหวาน type 1 คืออะไร


เบาหวานชนิดที่ 1(Type 1 diabetes) เป็นโรคเบาหวานชนิดหนึ่งที่มีอันตรายร้ายแรงมาก ความร้ายแรงของโรคเบาหวาน type 1 นั้นเกิดจากสารคีโทนที่มีสภาพเป็นกรดและเป็นอันตรายต่อร่างกาย ถ้ามีสารคีโทนอยู่ในเลือดมากขึ้นจะทำให้เกิดภาวะกรดคั่งในเลือด ผู้ป่วยเบาหวาน Type 1 นั้นจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ชีพจรเต้นเร็ว ปวดท้อง ผิวหนังแห้ง หายใจหอบลึกจนความรู้สึกตัวจะค่อยๆ ลดลง

สารคีโทนในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 เกิดขึ้นจากการที่ร่างกายของผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่สามารถนำน้ำตาลในเลือดเข้าไปสู่เซลล์เนื้อเยื่อต่างๆ เพื่อนำไปใช้ให้เกิดพลังงานได้ ร่างกายจำเป็นต้องหาพลังงานทดแทนจากการสลายโปรตีนและไขมันในร่างกายเพื่อนำไปใช้เป็นพลังงานแทนน้ำตาล กระบวนการดังกล่าวทำให้เกิดสารคีโทนขึ้นมา เมื่อสารคีโทนในเลือดมีปริมาณมากขึ้นก็จะทำให้เกิดภาวะกรดคั่งในเลือด

อาการของเบาหวาน type 1 ภาวะกรดที่คั่งในเลือดที่เกิดจากสารคีโทนจะมีอาการรุนแรงและเกิดขึ้นเฉียบพลัน หากผู้ป่วยไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกวิธีก็อาจถึงขึ้นหมดสติจนกระทั่งอาจทำให้เสียชีวิตได้ สาเหตุเพราะเบต้าเซลล์ของตับอ่อนที่เป็นตัวผลิตฮอร์โมนอินซูลินถูกทำลายโดยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำให้ร่างกายขาดฮอร์โมนอินซูลินโดยสิ้นเชิงจึงมีการเรียก เบาหวาน type 1 นี้ว่าเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ต้องพึ่งอินซูลิน นั่นคือผู้ป่วยต้องได้รับการฉีดฮอร์โมนอินซูลินทุกวัน(เพราะตับอ่อนไม่สามารถผลิตได้)เพื่อให้อินซูลินทำหน้าที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในสภาวะใกล้เคียงกับสภาวะปกติมากที่สุด

การดูแลผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ตัวผู้ป่วยเองและคนใกล้ชิดต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการควบคุมอาหาร การฉีดอินซูลินตลอดจนการดูแลกิจวัตรประจำวันของผู้ป่วย นอกจากนี้การดูแลผู้ป่วยเบาหวาน Type 1 ต้องมีความพร้อมในเรื่องยาฉีดอินซูลิน เข็มฉีดยา อุปกรณ์การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ฯลฯ ทั้งนี้จุดประสงค์ก็คือการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับสภาวะปกติมากที่สุด

การดูแลผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 การเตรียมพร้อมเป็นสิ่งสำคัญมากเป็นที่รู้กันว่า เบาหวาน Type 1 รักษาไม่หายต้องอยู่กับมันไปตลอดชีวิต ต้องฉีดอินซูลินทุกวันและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ทั้งตัวผู้ป่วยเองและคนใกล้ชิดต้องช่วยกันดูแลเอาใจใส่อย่าให้เกิดภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลันและป้องกันภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว ที่สำคัญคือต้องพยายามควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับสภาวะปกติมากที่สุด หากมีการเตรียมพร้อมผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 นี้ก็จะสามารถใช้ชีวิตอยู่กับโรคนี้อย่างมีความสุขได้.



ใส่ความเห็น