โรคกรดไหลย้อน (GERD) สาเหตุ อาการและการป้องกัน

โรคกรดไหลย้อนหรือโรค GERD ย่อมาจาก Gastro Esophageal Reflux Disease) เป็นโรคที่มีอาการคล้ายกับโรคกระเพาะอาหารทำให้คนทั่วไปเข้าใจผิดคิดว่าเป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบเนื่องจากโรคกระเพาะอาหารกับโรคกรดไหลย้อนอาการจะใกล้เคียงกันมาก

อาการโรคกรดไหลย้อน ผู้ป่วยจะรู้สึกแสบร้อนแถวๆลิ้นปี่และอาการระคายเคืองแสบร้อนนั้นจะค่อยๆลามขึ้นมาแถวๆหน้าอกและคอ สาเหตุของการแสบร้อนนั้นเกิดจากน้ำย่อยที่อยู่ในกระเพาะอาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรดได้ไหลย้อนขึ้นมาตามหลอดอาหารและคุณสมบัติความเป็นกรดของน้ำย่อยทำให้เกิดการระคายเคืองตามเส้นทางที่กรดไหลย้อนขึ้นมาทำให้เกิดอาการเรอเปรี้ยวและขมปากด้วย อาการร่วมอย่างอื่นที่อาจเกิดได้เช่นแน่นท้อง อึดอัด คลื่นไส้ อาเจียนและจุกที่บริเวณลำคอเหมือนลำคอมีอะไรมาติดค้างอยู่

สาเหตุโรคกรดไหลย้อน (Cause of GERD) ที่แท้จริงจะเกี่ยวกับหูรูดที่ปลายหลอดอาหารมีระดับต่ำกว่าปกติทำให้น้ำย่อยที่อยู่ในกระเพาะอาหารสามารถไหลย้อนกลับขึ้นมาแถวๆหลอดอาหารได้ หากกรดไหลย้อนอาการหนักน้ำย่อยอาจไหลย้อนขึ้นจนถึงลำคอได้ ตามเส้นทางที่น้ำย่อยไหลย้อนผ่านขึ้นมาจะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกแสบร้อนบริเวณดังกล่าว


วิธีป้องกันและรักษากรดไหลย้อน กรดไหลย้อนรักษาได้โดยพยายามหลีกเลี่ยงปัจจัยที่จะทำให้มีกรดในกระเพาะมากขึ้นเช่นอย่าเครียด อีกอย่างหนึ่งคือพฤติกรรมการกินอาหารไม่ควรกินมื้อดึก หากจะกินมื้อดึกควรกินแต่น้อยและกินก่อนเวลานอนประมาณ 3 ชั่วโมง ภายหลังจากการกินอาหารแล้วอย่านอนราบทันทีหรือยกของหนักๆ หากจะนอนควรหาหมอนมาหนุนหัวให้สูงจากพื้นราบสัก 5-10 นิ้ว ถ้าอาการแสบร้อนมีมากให้กินยาลดกรดในกระเพาะที่ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์

การรักษาอาการกรดไหลย้อน (GERD Treatment) ด้วยการกินยาเพื่อลดกรดในกระเพาะอาหารเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น ผู้ป่วยควรแก้ไขสาเหตุของโรคกรดไหลย้อนด้วยการแก้ไขพฤติกรรมการกินและการนอนด้วยจะทำให้การควบคุมอาการโรคกรดไหลย้อนได้ผลดี แม้ว่าจะหายจากโรค GERD แล้วก็ตามผู้ป่วยควรควบคุมพฤติกรรมต่างๆที่เกี่ยวกับการกินและการนอนอย่างต่อเนื่องไปเพื่อเป็นการป้องกันไม่ไห้โรคกรดไหลย้อนกลับมาเป็นซ้ำได้อีก