โรคตาแห้ง(Sicca Syndrome) ถ้าไม่ระวังอาจตาบอดได้

อันตรายจากโรคตาแห้ง(Sicca Syndrome) ลองคิดดูว่าจะเป็นอย่างไรถ้าในหนึ่งวันเรากระพริบตาถึง 20,000 ครั้ง แต่เกิดความผิดปกติกับดวงตาของเราเนื่องจากไม่มีน้ำหล่อเลี้ยงดวงตา น้ำตาที่มีหน้าที่ช่วยไม่ให้หนังตาเสียดสีกับเยื่อผิวตา คนที่เป็นโรคตาแห้งจะขาดน้ำตาที่เปรียบเสมือนสิ่งที่มาหล่อลื่นดวงตาจะเกิดความระคายเคืองในแต่ละวันมากแค่ไหนหากคนเราต้องกระพริบตาโดยเฉลี่ยถึง 20,000 ครั้งในหนึ่งวัน

อาการที่จะเกิดขึ้นตามมาคืออาการคันและระคายเคืองลูกตาทั้งสองข้าง ผู้ป่วยโรคตาแห้งจะรู้สึกเหมือนในตาจะมีเม็ดทรายเล็กๆอยู่ภายในทำให้ระคายเคืองและรำคาญเป็นอย่างมาก เมื่อระคายเคืองมากเข้าร่างกายจะพยายามขับน้ำตาออกมาเพื่อบรรเทาอาการระคายเคืองตา ทำให้ผู้ป่วยมีน้ำตาไหลออกมาตลอดเวลา หากมีปัจจัยรบกวนอื่นๆมากขึ้นเช่นฝุ่นละออก อากาศแห้ง ลมร้อนหรือเขม่าควัน ฯลฯ ก็จะทำให้อาการตาแห้งเป็นมากยิ่งขึ้น


ที่มาหรือสาเหตุของโรคตาแห้งนั้นเกิดจากการบกพร่องของต่อมน้ำตาซึ่งมีสาเหตุมาจากหลายสาเหตุด้วยกันเช่น สภาพมลพิษที่ทำให้ดวงตาเกิดระคายเคืองเช่น ฝุ่นละออง ไอระเหยของสารเคมี เขม่าควัน หรือควันไฟต่างๆ ยาบางชนิดที่กินเนื่องจากภาวะหมดประจำเดือนก็เป็นสาเหตุให้เกิดการเคืองตาและแสบตาได้ อาการเคืองตาและแสบตาที่เกิดขึ้นจะรู้สึกเหมือนมีอะไรแปลกปลอมเข้ามาอยู่ในดวงตา ถ้าผู้ป่วยไม่หาทางกำจัดสาเหตุที่มาของปัจจัยรบกวนเหล่านั้นก็จะแสบตาเคืองตาอยู่เป็นประจำจนอาการลุกลามไปถึงกระจกตาที่ได้รับการเสียดสีอยู่เป็นประจำจะส่งผลให้เยื่อบุตาอักเสบเนื่องจากมีน้ำตาไปหล่อเลี้ยงตาน้อยกว่าปกติหรือผู้ป่วยบางรายอาจขาดน้ำตาไปหล่อเลี้ยงทำให้ลืมตาได้ลำบาก หากผู้ป่วยยังไม่รีบหาทางรักษาหรือหาสาเหตุของอาการตาแห้งให้พบแล้วแก้ไขก็จะส่งผลไปยังอวัยวะข้างเคียงลุกลามไปเรื่อยๆจนถึงขั้นกระจกตาถูกทำลายจนอาจทำให้ตาบอดได้

วิธีรักษาโรคตาแห้ง ที่ใช้กันบ่อยและง่ายที่สุดคือการหยอดตาด้วย “น้ำตาเทียม” ที่ผลิตจากน้ำบริสุทธิ์เพื่อทดแทนน้ำตาที่ขาดไปให้ดวงตามีน้ำหล่อเลี้ยงและมีความชุ่มชื้นและยังช่วยรักษาการติดเชื้อและอักเสบของดวงตาได้อีกด้วย นอกจากนี้ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงปัจจัยต่างๆที่จะรบกวนหรือทำให้สุขภาพตาเสื่อมลงเช่น ควันบุหรี่ ควันไฟ ฝุ่นละออง ฯลฯ หรือถ้าจะให้ดีก็ป้องกันด้วยแว่นตากันลมเพื่อป้องกันไม่ให้มลพิษต่างๆเข้ามาทำร้ายดวงตาของคุณได้

ใส่ความเห็น