ทำไมต้องใส่ใจดูแลสุขภาพ ยิ่งเร็วยิ่งดี

การดูแลสุขภาพให้ดีนั้น ความจริงแล้วไม่ใช่เรื่องยากและไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่เลยก็ว่าได้ หลักพื้นฐานในการดูแลสุขภาพนั้นใครๆ ก็รู้กันอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นการดูแลสุขภาพเรื่องอาหารการกินคือกินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การดูแลสุขภาพเรื่องการนอนโดยนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอและการรู้จักผ่อนคลาย ร่าเริง ยิ้มแย้มมีอารมณ์ขันไม่เครียด แต่จะมีสักกี่คนที่ทำได้ตามที่กล่าวมานี้ คนส่วนมากมักจะขาดความตระหนักในการดูแลสุขภาพโดยจะเริ่มหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพก็ต่อเมื่อร่างกายเริ่มแสดงอาการผิดปกติซึ่งเป็นสัญญาณของโรคต่างๆ ออกมาแล้วคืออายุประมาณ 40 ขึ้นไป แต่หากเราเริ่มใส่ใจดูแลสุขภาพเร็วเท่าใดเราก็จะห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บได้มากเท่านั้น

ในเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพนั้นถ้าเปรียบไปแล้วร่างกายคนเราก็เหมือนกับรถยนต์ ในช่วงแรกเกิดจนถึงวัยรุ่นก็เหมือนรถป้ายแดงที่เพิ่งถอยออกมาใหม่ๆ เครื่องยนต์ยังแจ๋ว เร่งแซงได้ทันใจ แต่พอเวลาผ่านไปสักช่วงหนึ่งเมื่อรถยนต์คันนี้ผ่านการใช้งานอย่างหนักทุกวัน ถ้าเราใช้รถยนต์อย่างทะนุถนอมและมีการบำรุงรักษาดูแลตามระยะทางที่วิ่งก็จะสามารถยืดอายุการใช้งานออกไปได้นานกว่าปกติ เช่นเดียวกับร่างกายของคนเราในช่วงแรกเกิดถึงวัยรุ่นเป็นช่วงที่ร่างกายยังมีความสดใหม่ อวัยวะภายในยังดีพร้อมสมบูรณ์พร้อมที่จะทำงานตามหน้าที่ได้เป็นอย่างดี คนในวัยนี้ส่วนมากจึงไม่ค่อยระมัดระวังการใช้ชีวิตจึงมักใช้งานร่างกายอย่างสมบุกสมบัน ไม่ว่าจะเป็นการกินอาหารที่ขาดความใส่ใจเรื่องสุขภาพ การกินอาหารขยะมากแต่กลับกินผักผลไม้น้อย อีกทั้งขาดการพักผ่อนที่เพียงพอ ร่างกายจึงต้องทำงานอย่างหนักต่อการใช้ชีวิตอย่างไม่ใส่ใจในการดูแลสุขภาพและได้รับผลกระทบในด้านลบเหมือนรถยนต์ที่ใช้งานอย่างไม่ทะนุถนอมย่อมทำให้ชิ้นส่วนอะไหล่ต่างๆ สึกหรอและได้รับความเสียหายก่อนเวลาอันควร

เมื่อเข้าสู่ช่วงวัยทำงาน คนส่วนมากจะมุ่งแต่การทำงานสร้างฐานะให้มั่นคงจึงเน้นที่จะทำงานหาเงินมากกว่าการใส่ใจเรื่องสุขภาพอีกเช่นกัน ช่วงอายุในวัยทำงานจะมีตัวแปรต่างๆ เพิ่มขึ้นมาในการบั่นทอนทำลายสุขภาพเช่น ความเครียด การพักผ่อนน้อย การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ ฯลฯ ที่คนวัยทำงานมักนิยมทำกัน สิ่งเหล่านี้จะเป็นปัจจัยลบที่จะทำลายสุขภาพได้อย่างน่ากลัว ร่างกายเมื่อเข้าสู่วัยทำงานจึงเหมือนรถยนต์ที่ผ่านการใช้งานมาอย่างหนักและขาดการบำรุงรักษาทำให้เกิดการชำรุดทรุดโทรมอย่างเห็นได้ชัด โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ก็เริ่มเกิดขึ้นอย่างเงียบๆ โดยไม่รู้ตัว

สุดท้ายเมื่อเข้าสู่วัยชรา หลังจากเกษียณอายุจากการทำงานในช่วงบั้นปลายชีวิต ร่างกายที่ขาดการดูแลสุขภาพที่ดีมาเป็นเวลานานก็จะชำรุดทรุดโทรมอย่างเห็นได้ชัด โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ก็พร้อมที่จะแสดงอาการออกมาให้เห็น ในช่วงนี้คนส่วนมากจึงเริ่มหันมาดูแลรักษาสุขภาพในช่วงสูงวัยซึ่งอาการของโรคต่างๆ เริ่มส่งผลกระทบกับสุขภาพและการใช้ชีวิตประจำวันอย่างชัดเจนแล้ว ตัวอย่างโรคที่มักเกิดขึ้นกับผู้สูงวัยได้แก่ โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง ฯลฯ จะเห็นได้ว่าปัจจุบันโรคเหล่านี้เริ่มขยับตัวไปสู่คนวัยทำงานมากขึ้นกล่าวคือ คนวัยทำงานที่มีอายุประมาณ 40 ปี ก็เริ่มเป็นโรคเหล่านี้แล้ว ทั้งนี้เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ขาดการใส่ใจดูแลรักษาสุขภาพ บางคนต้องใช้เงินที่หามาได้ทั้งชีวิตกับการรักษาโรคในช่วงบั้นปลายชีวิต บางคนต้องกินยาไปตลอดชีวิต บางคนก็เลือกที่จะใช้วิธีรักษาโรคด้วยสมุนไพร ฯลฯ ปัญหาสุขภาพจากโรคภัยไข้เจ็บเหล่านี้จะบรรเทาไปได้โดยการใส่ใจสุขภาพเสียแต่เนิ่นๆ จะเห็นได้ว่ายิ่งเราเริ่มใส่ใจดูแลสุขภาพเร็วเท่าไหร่ก็จะส่งผลดีต่อสุขภาพในช่วงบั้นปลายชีวิตได้มากเท่านั้น นั่นคือคำตอบที่ว่า ทำไมต้องให้ความสำคัญเรื่องการดูแลสุขภาพเสียแต่เนิ่นๆ ยิ่งเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น.