วัยทอง (Menopause) คืออะไร อาการคนวัยทองเป็นอย่างไร

วัยทองคืออะไร? รู้จักสาเหตุ อาการและการเปลี่ยนแปลงของร่างกายเมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน

วัยทอง (Menopause) คืออะไร คนเราเมื่ออายุประมาณ 45 ปีขึ้นไปก็เรียกได้ว่าเข้าสู่ “วัยทอง” แล้ว สำหรับผู้ชายวัยทองไม่ค่อยมีปัญหามากเท่าผู้หญิงวัยทองเนื่องจากระดับฮอร์โมนในร่างกายของชายวัยทองจะเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆไม่รวดเร็วเหมือนผู้หญิงวัยทองสำหรับในผู้หญิงแล้วโรควัยทอง(Postmenopausal syndrome) ก็คือสิ่งที่เกิดขึ้น

อาการเมื่อเข้าสู่วัยทอง
วัยทองมีลักษณะอาการอย่างไร

หลังจากวัยหมดประจำเดือน ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายจะลดลงอย่างรวดเร็วทำให้การทำงานของระบบต่างๆในร่างกายแปรปรวน ผู้หญิงวัยทองอาการจะแสดงออกได้หลายอย่างเช่น ฮอร์โมนเพศลดลง รังไข่หยุดทำงาน มีริ้วรอยมากขึ้น มีอาการร้อนวูบวาบตามร่างกาย วิตกกังวล นอนไม่หลับและมีภาวะกระดูกพรุน ฯลฯ

ในทางการแพทย์ ผู้หญิงจะได้รับการวินิจฉัยว่าเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนเมื่อไม่มีประจำเดือนติดต่อกันอย่างน้อย 12 เดือนโดยไม่ได้เกิดจากการตั้งครรภ์ การใช้ยาหรือโรคอื่น ๆ ที่มีผลต่อรอบเดือน

โดยทั่วไป ผู้หญิงจะเริ่มเข้าสู่วัยทองในช่วงอายุประมาณ 45–55 ปีและมีอายุเฉลี่ยของการหมดประจำเดือนอยู่ที่ประมาณ 50–51 ปี อย่างไรก็ตาม บางคนอาจเข้าสู่วัยทองเร็วกว่าหรือช้ากว่าปกติ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้าน เช่น พันธุกรรม การสูบบุหรี่ การรักษาด้วยเคมีบำบัด การฉายรังสี หรือการผ่าตัดรังไข่ออก

แม้ว่าวัยทองจะไม่ใช่โรคแต่เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านของชีวิตที่ทำให้ร่างกายและจิตใจเกิดการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน หากเข้าใจธรรมชาติของวัยทองและดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสมก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างแข็งแรงและมีคุณภาพ

วัยทองเกิดจากอะไร?

สาเหตุหลักของวัยทองเกิดจากการที่รังไข่เสื่อมตามอายุทำให้จำนวนไข่และการทำงานของรังไข่ลดลงส่งผลให้การผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนลดลงอย่างต่อเนื่อง ฮอร์โมนเอสโตรเจนมีบทบาทสำคัญต่อร่างกายหลายระบบ ไม่ว่าจะเป็น การควบคุมรอบประจำเดือนและการตกไข่ รักษาความแข็งแรงของกระดูก ช่วยให้ผิวหนังคงความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้น สนับสนุนการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด ช่วยควบคุมระดับไขมันในเลือด ส่งผลต่อการทำงานของสมอง ความจำ และอารมณ์ ช่วยรักษาความชุ่มชื้นของช่องคลอดและระบบทางเดินปัสสาวะ เมื่อระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงจึงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของร่างกายในหลายด้านทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ และการเผาผลาญพลังงาน

วัยทองเริ่มเมื่ออายุเท่าไร?

ผู้หญิงส่วนใหญ่จะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงอายุประมาณ 40 ปีขึ้นไปโดยแบ่งออกเป็น 3 ระยะสำคัญ ได้แก่ 1. ระยะก่อนวัยหมดประจำเดือน (Perimenopause) เป็นช่วงที่ระดับฮอร์โมนเริ่มเปลี่ยนแปลง ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอและเริ่มมีอาการวัยทอง เช่น ร้อนวูบวาบ นอนไม่หลับหรืออารมณ์แปรปรวนระยะนี้อาจกินเวลาหลายปี  2. วัยหมดประจำเดือน (Menopause) หมายถึงช่วงที่ไม่มีประจำเดือนติดต่อกันครบ 12 เดือน ถือเป็นการสิ้นสุดการมีประจำเดือนตามธรรมชาติ 3. หลังวัยหมดประจำเดือน (Postmenopause) เป็นช่วงหลังจากหมดประจำเดือนแล้ว ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนจะอยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน โรคหัวใจและโรคเรื้อรังบางชนิดเพิ่มขึ้น

วัยทองกับวัยหมดประจำเดือนต่างกันหรือไม่?

หลายคนมักใช้คำว่าวัยทองและวัยหมดประจำเดือนแทนกันแต่ทั้งสองคำมีความหมายที่แตกต่างกันเล็กน้อยคือ วัยทองหมายถึงช่วงเวลาที่ร่างกายกำลังเปลี่ยนผ่าน ทั้งก่อน ระหว่างและหลังหมดประจำเดือน ส่วนวัยหมดประจำเดือน (Menopause) หมายถึงช่วงเวลาที่ไม่มีประจำเดือนติดต่อกันครบ 12 เดือน กล่าวคือ วัยหมดประจำเดือนเป็นส่วนหนึ่งของช่วงวัยทองนั่นเอง

ผู้หญิงวัยทองกับภาวะกระดูกพรุน(Osteoporosis) ฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลงจะมีผลต่อความหนาแน่นของมวลกระดูกมีผลทำให้กระดูกเปราะบางแข็งแรงน้อยลงมีความเสี่ยงต่อปัญหาที่เกี่ยวกับกระดูกหักได้หากรับอุบัติเหตุโดยเฉพาะกระดูกบริเวณสะโพก ข้อมือและกระดูกสันหลัง ผู้หญิงวัยทองจึงต้องการสารอาหารที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกนั่นคือแคลเซียม อาหารวัยทองจึงต้องเป็นอาหารที่มีแคลเซียมมากกว่าปกติ

ผู้หญิงวัยทอง (Menopause) ที่เน้นแต่การกินอาหารที่มีแคลเซียมแต่เพียงอย่างเดียวก็ไม่อาจมั่นใจได้ว่าจะปลอดภัยจากภาวะกระดูกพรุนได้เพราะกระบวนการสร้างมวลกระดูกจำเป็นต้องใช้แร่ธาตุอื่นเป็นส่วนประกอบไปกับแคลเซียมด้วยเช่น แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส เป็นต้น ดังนั้นอาหารวัยทองจึงต้องประกอบไปด้วยแร่ธาตุที่มีสารอาหารทั้ง 3 ชนิดนี้เป็นหลักจึงจะมีประโยชน์กับภาวะกระดูกพรุนของผู้หญิงวัยทอง

อาหารที่ช่วยป้องกันภาวะกระดูกพรุนของหญิงวัยทองจะเป็นพืชผักใบเขียวเช่น คะน้า ผักกระเฉด ใบยอ ดอกสะแล สะเดา ใบชะพลู ฯลฯ อาหารเหล่านี้จะมีแคลเซียม ฟอสฟอรัสและแมกนีเซียมมากกว่าอาหารประเภทนมและผลิตภัณฑ์จากนม นอกจากนี้จำเป็นต้องลดอัตราการสูญเสียเนื้อกระดูกด้วยการลดการกินอาหารที่มีกรดมากเกินไปและหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำร้ายสุขภาพเช่น เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และสารเสพติดทั้งหลาย

อาหารวัยทองคืออาหารที่มีไฟโตเอสโตรเจน (Phytoestrogen) เป็นเอสโตรเจนที่ได้มากจากพืชที่จะให้ประโยชน์กับผู้หญิงวัยทองได้มากทั้งในเรื่องป้องกันภาวะกระดูกพรุน ภาวะหมดประจำเดือน ฯลฯ อาหารที่มีไฟโตรเอสโตรเจนจะช่วยปรับระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในหญิงวัยทองให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมช่วยให้อาการวัยทองดีขึ้นดังนั้นผู้หญิงที่อยู่ในวัยทองควรให้ความสนใจเรื่องอาหารการกินเป็นพิเศษ

ผู้ชายมีวัยทองหรือไม่?

แม้ว่าวัยทองจะถูกกล่าวถึงในผู้หญิงเป็นหลักแต่ผู้ชายก็สามารถเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่า Andropause หรือวัยทองในผู้ชายได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone) จะค่อย ๆ ลดลงอย่างช้า ๆ ไม่ได้ลดลงรวดเร็วเหมือนฮอร์โมนเอสโตรเจนในผู้หญิงจึงทำให้อาการของผู้ชายมักไม่รุนแรงเท่าโดยอาการที่อาจพบ ได้แก่ เหนื่อยง่าย กล้ามเนื้อลดลง สมรรถภาพทางเพศลดลง อารมณ์แปรปรวน นอนหลับไม่ดีและน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น

วัยทองไม่ใช่โรคแต่เป็นช่วงที่ต้องดูแลสุขภาพมากขึ้น

แม้วัยทองจะเป็นกระบวนการตามธรรมชาติของร่างกายแต่การลดลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนสามารถส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ เช่น โรคกระดูกพรุน โรคหัวใจและหลอดเลือด ไขมันในเลือดสูง เบาหวานชนิดที่ 2  ความดันโลหิตสูงและภาวะอ้วนลงพุง เป็นต้น

การดูแลสุขภาพตั้งแต่เริ่มเข้าสู่วัยทอง ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การพักผ่อนให้เพียงพอและการตรวจสุขภาพประจำปีจะช่วยลดความเสี่ยงของโรคเหล่านี้ได้

วัยทองคือช่วงการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของผู้หญิงที่เกิดจากการลดลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน ส่งผลให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะวัยหมดประจำเดือนและเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านร่างกาย จิตใจและระบบเผาผลาญ แม้ว่าวัยทองจะหลีกเลี่ยงไม่ได้แต่สามารถดูแลและบรรเทาอาการได้ด้วยการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมออกกำลังกายเป็นประจำและพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติหรือส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

การทำความเข้าใจเกี่ยวกับวัยทองตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะช่วยให้ผู้หญิงเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายได้อย่างมั่นใจและสามารถดูแลสุขภาพเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว

คำถามที่พบบ่อยเรื่องวัยทอง (FAQ)

ผู้หญิงวัยทองควรกินอะไรดีที่สุด?

ควรรับประทานอาหารที่อุดมด้วยแคลเซียม วิตามินดี โปรตีนคุณภาพดี และไฟโตเอสโตรเจน เช่น ถั่วเหลือง เต้าหู้ ปลาแซลมอน คะน้า งาดำ และโยเกิร์ต เพื่อช่วยบำรุงกระดูกและบรรเทาอาการวัยทอง

ไฟโตเอสโตรเจนช่วยลดอาการวัยทองได้จริงหรือไม่?

งานวิจัยหลายฉบับพบว่าไฟโตเอสโตรเจนอาจช่วยลดอาการร้อนวูบวาบในผู้หญิงบางรายได้ แต่ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล จึงควรรับประทานเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่สมดุล และปรึกษาแพทย์หากมีอาการรุนแรง

วัยทองควรเสริมแคลเซียมหรือไม่?

หากได้รับแคลเซียมจากอาหารไม่เพียงพอ หรือมีความเสี่ยงกระดูกพรุน แพทย์อาจแนะนำให้รับประทานแคลเซียมและวิตามินดีเสริมตามความเหมาะสม

วัยทองควรหลีกเลี่ยงอาหารอะไร?

ควรลดอาหารหวานจัด อาหารทอด อาหารเค็ม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และคาเฟอีนในปริมาณมาก เพราะอาจส่งผลต่อสุขภาพกระดูก การนอนหลับ และอาการร้อนวูบวาบ

วัยทองเริ่มเมื่ออายุเท่าไร?

โดยทั่วไปผู้หญิงจะเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนในช่วงอายุประมาณ 45–55 ปี แต่บางรายอาจเกิดเร็วกว่าหรือช้ากว่านี้ได้ ขึ้นอยู่กับพันธุกรรมและปัจจัยด้านสุขภาพ