คนจำนวนมากที่เป็น โรคเบาหวานมักกังวลว่าจะกินกล้วยได้ไหมเพราะกล้วยเป็นผลไม้ที่มีรสหวานและมีคาร์โบไฮเดรตค่อนข้างสูง ความจริงแล้วผู้ป่วยเบาหวานสามารถกินกล้วยได้ แต่

ต้องกินอย่างเหมาะสมและรู้วิธีเลือกปริมาณที่พอดีเพื่อไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงเกินไป วิธีกินกล้วยอย่างปลอดภัยสำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานมีแนวทางดังนี้
1. เลือกกล้วยที่ไม่สุกเกินไป ระดับความสุกของกล้วยมีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดอย่างมาก กล้วยที่สุกจัดจะมีน้ำตาลสูงและดูดซึมเร็วทำให้ระดับน้ำตาลเพิ่มขึ้นเร็ว สิ่งที่ควรปฏิบัติคือ ควรเลือกกล้วยที่สุกปานกลางพยายามหลีกเลี่ยงกล้วยที่สุกงอมมาก กล้วยที่ยังไม่สุกจัดจะมีแป้งที่เรียกว่า Resistant Starch ซึ่งช่วยให้ร่างกายดูดซึมน้ำตาลช้าลง
2. ควบคุมปริมาณการกินให้เหมาะสม แม้ว่ากล้วยจะมีประโยชน์แต่สำหรับผู้ป่วยเบาหวานไม่ควรกินในปริมาณมากเกินไป ปริมาณที่แนะนำโดยทั่วไปคือ กล้วยขนาดกลางประมาณครึ่งลูก

– 1 ลูกต่อครั้งที่สำคัญคือไม่ควรกินหลายลูกติดกัน การควบคุมปริมาณเป็นวิธีสำคัญในการป้องกันไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นมากเกินไป
3. กินคู่กับอาหารที่มีโปรตีนหรือไฟเบอร์ การกินกล้วยเพียงอย่างเดียวอาจทำให้น้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดเร็วขึ้นแต่ถ้ากินคู่กับอาหารที่มีโปรตีนหรือไขมันดีจะช่วยให้การดูดซึมน้ำตาลช้าลงตัวอย่างสิ่งที่กินกับกล้วยได้เช่น กล้วยกับถั่ว กล้วยกับโยเกิร์ตไม่หวาน กล้วยกับธัญพืชไม่ขัดสี วิธีนี้จะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดียิ่งขึ้น
4. เลือกชนิดของกล้วยให้เหมาะสม กล้วยแต่ละชนิดมีปริมาณน้ำตาลและค่าดัชนีน้ำตาล (Glycemic Index) แตกต่างกัน เช่น กล้วยน้ำว้า – ให้พลังงานสูงและอิ่มนาน กล้วยหอม – น้ำตาลค่อนข้างสูงเมื่อสุกมาก กล้วยไข่ – ขนาดเล็กสามารถควบคุมปริมาณได้ง่าย ผู้ป่วย

เบาหวานควรเน้นการกินในปริมาณพอดีมากกว่าการหลีกเลี่ยงโดยสิ้นเชิง
5. หลีกเลี่ยงการกินกล้วยตอนท้องว่าง การกินกล้วยในขณะท้องว่างโดยเฉพาะกล้วยที่สุกมากอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดขึ้นเร็วช่วงเวลาที่ควรกินกล้วยคือ หลังมื้ออาหารหรือเป็นของว่างระหว่างวันในปริมาณเล็กน้อย
ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานไม่ใช่ว่าจะกินกล้วยไม่ได้ ยังสามารถกินกล้วยได้แต่ต้องกินอย่างมีหลักการ ได้แก่ เลือกกล้วยสุกปานกลาง จำกัดปริมาณไม่มากเกินไป กินร่วมกับโปรตีนหรือไฟเบอร์ ไม่กินตอนท้องว่าง ควบคุมอาหารโดยรวมในแต่ละวัน หากกินอย่างเหมาะสมกล้วยก็ยังเป็นผลไม้ที่ให้พลังงาน วิตามินและแร่ธาตุที่ดีต่อสุขภาพได้ไม่เว้นแม้แต่สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน