NIBP คืออะไร?
NIBP (Non-invasive Blood Pressure) คือการวัดความดันโลหิตทางอ้อม โดยไม่ต้องใช้เข็มหรือสอดอุปกรณ์เข้าไปในหลอดเลือด วิธีนี้เป็นวิธีที่นิยมใช้มากที่สุดทั้งในโรงพยาบาล คลินิกและการวัดความดันที่บ้าน เนื่องจากสะดวก ปลอดภัยและไม่ทำให้ผู้ป่วยเจ็บตัว
การวัดความดันโลหิตด้วยวิธี NIBP จะใช้ผ้าพันแขนหรือที่เรียกว่า NIBP Cuff พันบริเวณต้นแขน จากนั้นเครื่องวัดความดันโลหิตจะค่อยๆ เพิ่มแรงดันภายในปลอกแขนเพื่อวัดค่าความดันก่อนจะคลายแรงดันออกและแสดงผลบนหน้าจอเป็นตัวเลข เช่น 120/80 มิลลิเมตรปรอท
ความดันโลหิต (Blood Pressure) คืออะไร
ความดันโลหิต (Blood Pressure) คือแรงดันของเลือดที่กระทบผนังหลอดเลือดแดง

ขณะหัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย การมีระดับความดันโลหิตที่เหมาะสมช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ค่าความดันโลหิตประกอบด้วย 2 ค่า ได้แก่ ค่าความดันตัวบน (Systolic Pressure) คือแรงดันขณะหัวใจบีบตัว ค่าความดันตัวล่าง (Diastolic Pressure) คือแรงดันขณะหัวใจคลายตัว ค่าความดันโลหิตปกติของผู้ใหญ่โดยทั่วไปจะอยู่ประมาณ 120/80 mmHg และไม่ควรเกิน 140/90 mmHg
วิธีวัดความดันโลหิตมีกี่แบบ
การวัดความดันโลหิตแบ่งออกเป็น 2 วิธีหลัก ได้แก่
1. การวัดความดันโลหิตทางอ้อม (NIBP)
NIBP หรือ Non-invasive Blood Pressure เป็นการวัดความดันโดยใช้เครื่องวัดความดันและผ้าพันแขน โดยไม่ต้องเจาะหลอดเลือด จึงเป็นวิธีที่ปลอดภัยและนิยมใช้ทั่วไป
2. การวัดความดันโลหิตแบบสอดสายเข้าหลอดเลือด (IBP)
IBP (Invasive Blood Pressure) คือการวัดความดันโลหิตโดยใช้สายสวนเข้าสู่หลอดเลือดแดงโดยตรงเพื่อวัดแรงดันเลือดแบบต่อเนื่องและแม่นยำ เหมาะสำหรับผู้ป่วยวิกฤตหรือผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตไม่คงที่
หลักการทำงานของเครื่องวัดความดัน NIBP
เครื่องวัดความดันแบบ NIBP จะทำงานโดยสูบลมเข้าไปในผ้าพันแขน (NIBP Cuff) เพื่อกดหลอดเลือดแดงชั่วคราว แล้วค่อยๆ ปล่อยลมออกพร้อมตรวจจับการไหลเวียนของเลือด จากนั้นเครื่องจะคำนวณออกมาเป็นค่าความดันโลหิต

ปัจจุบันเครื่องวัดความดันอัตโนมัติส่วนใหญ่ใช้เทคโนโลยี Oscillometric ซึ่งสามารถวัดค่าได้อย่างรวดเร็วและสะดวก
ข้อดีของการวัดความดันโลหิตแบบ NIBP
การวัดความดันโลหิตทางอ้อมมีข้อดีหลายประการ ได้แก่ ใช้งานง่ายและสะดวก ไม่ต้องใช้เข็มผู้ป่วยไม่เจ็บตัว ปลอดภัยและมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อน้อยเหมาะสำหรับการตรวจสุขภาพทั่วไป สามารถใช้วัดที่บ้านได้
ข้อจำกัดของการวัดความดันแบบ NIBP
แม้ว่า NIBP จะสะดวกแต่ก็มีข้อจำกัดบางประการ เช่น อาจมีความคลาดเคลื่อนในผู้ป่วยหัวใจเต้นผิดจังหวะ ความแม่นยำอาจลดลงในผู้ที่มีความดันต่ำหรือสูงมากผิดปกติ การเคลื่อนไหวระหว่างวัดอาจทำให้ค่าผิดพลาดได้ ขนาดของ NIBP Cuff มีผลต่อความแม่นยำ หากใช้ปลอกแขนเล็กหรือใหญ่เกินไปอาจทำให้ค่าคลาดเคลื่อนได้
IBP คืออะไร และแตกต่างจาก NIBP อย่างไร
IBP (Invasive Blood Pressure) คือการวัดความดันโลหิตโดยตรงจากหลอดเลือดแดง โดยแพทย์จะใส่สายสวนขนาดเล็กเข้าไปในหลอดเลือดแดง เช่น บริเวณข้อมือแล้วเชื่อมต่อกับเครื่องแสดงผล
ข้อดีของ IBP คือสามารถติดตามค่าความดันโลหิตได้แบบต่อเนื่องและมีความแม่นยำสูง เหมาะสำหรับผู้ป่วยวิกฤต ผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะช็อก ผู้ป่วยที่ต้องควบคุมความดันอย่างใกล้ชิด ผู้ป่วยที่ต้องเจาะตรวจ arterial blood gas (ABG) บ่อยๆ
อย่างไรก็ตาม วิธีนี้มีความเสี่ยงมากกว่า NIBP เนื่องจากเป็นการสอดสายเข้าหลอดเลือดและอาจทำให้เกิดการติดเชื้อหรือภาวะแทรกซ้อนได้
ความดันโลหิตสูง (Hypertension)
ภาวะความดันโลหิตสูง (Hypertension) คือภาวะที่ค่าความดันโลหิตสูงกว่าปกติอย่างต่อเนื่อง โดยทั่วไปหมายถึงค่าความดันโลหิตมากกว่า140/90 mmHg ภาวะนี้ถือเป็นภัยเงียบ เนื่องจากผู้ป่วยจำนวนมากมักไม่มีอาการผิดปกติในระยะแรกแต่ความดันที่สูงเป็นเวลานานจะทำให้หลอดเลือด หัวใจ สมองและไตทำงานหนักมากขึ้นจนเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคร้ายแรงในอนาคต
สาเหตุของความดันโลหิตสูง
ความดันโลหิตสูงสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น พันธุกรรมหรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคความดัน รับประทานอาหารเค็มหรือโซเดียมสูง น้ำหนักตัวเกินหรือโรคอ้วน ขาดการออกกำลังกาย มีความเครียดสะสม สูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ มีโรคประจำตัว เช่น โรคไต เบาหวาน หรือโรคหัวใจ
อาการของความดันโลหิตสูง
ผู้ป่วยหลายรายอาจไม่มีอาการแต่ในบางกรณีอาจพบอาการ เช่น ปวดศีรษะ โดยเฉพาะช่วงเช้า เวียนศีรษะ เหนื่อยง่าย ใจสั่น มองเห็นภาพไม่ชัด เลือดกำเดาไหล หากความดันโลหิตสูงมากผิดปกติอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะฉุกเฉิน เช่น โรคหลอดเลือดสมอง หัวใจล้มเหลวหรือหัวใจขาดเลือดได้
ภาวะแทรกซ้อนของความดันโลหิตสูง
หากปล่อยให้ความดันสูงต่อเนื่องโดยไม่รักษา อาจส่งผลต่ออวัยวะสำคัญ ได้แก่ โรคหัวใจและหัวใจล้มเหลว โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ไตเสื่อมหรือไตวายเรื้อรัง หลอดเลือดแดงแข็งตัว จอประสาทตาเสื่อม
วิธีป้องกันและควบคุมความดันโลหิตสูง
ลดอาหารเค็มและอาหารแปรรูป ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ลดความเครียด งดสูบบุหรี่และลดแอลกอฮอล์ วัดความดันโลหิตเป็นประจำ รับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างต่อเนื่อง
ความดันโลหิตต่ำ (Hypotension)
ภาวะความดันโลหิตต่ำ (Hypotension) คือภาวะที่ค่าความดันโลหิตต่ำกว่าปกติ โดยมักพบเมื่อค่าความดันต่ำกว่า 90/60mmHg แม้ว่าบางคนที่มีความดันต่ำอาจไม่มีอาการผิดปกติแต่หากความดันต่ำมากเกินไปอาจทำให้เลือดไปเลี้ยงสมอง หัวใจและอวัยวะสำคัญไม่เพียงพอ
สาเหตุของความดันโลหิตต่ำ
ภาวะความดันต่ำอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ร่างกายขาดน้ำ เสียเลือดมาก พักผ่อนไม่เพียงพอ ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด โรคหัวใจหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ การเปลี่ยนท่าทางอย่างรวดเร็ว เช่น ลุกขึ้นเร็วเกินไป
อาการของความดันโลหิตต่ำ
อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่ เวียนศีรษะ หน้ามืด อ่อนเพลีย คลื่นไส้ เหงื่อออกมาก ใจสั่น เป็นลมหรือหมดสติ ในกรณีรุนแรงอาจเกิดภาวะช็อกซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์
วิธีดูแลและป้องกันความดันโลหิตต่ำ
ดื่มน้ำให้เพียงพอ ลุกเปลี่ยนอิริยาบถอย่างช้าๆ รับประทานอาหารให้ครบมื้อ พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการยืนนาน หากมีโรคประจำตัวควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ หากมีอาการหน้ามืด เวียนศีรษะหรือหมดสติบ่อย ควรรีบพบแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม
วิธีวัดความดันโลหิตให้แม่นยำ
เพื่อให้การวัดความดันโลหิตได้ค่าที่ถูกต้อง ควรปฏิบัติดังนี้ นั่งพักอย่างน้อย 5 นาที(ก่อนวัด) หลีกเลี่ยงชา กาแฟ บุหรี่ และการออกกำลังกายก่อนวัด นั่งหลังพิงพนักให้เท้าวางราบกับพื้น วางแขนให้อยู่ระดับเดียวกับหัวใจ ใช้ NIBP Cuff ที่มีขนาดเหมาะสมกับต้นแขน ควรวัดซ้ำ 2 ครั้งและใช้ค่าเฉลี่ย
NIBP คือการวัดความดันโลหิตทางอ้อมที่นิยมใช้มากที่สุด เนื่องจากสะดวก ปลอดภัย และไม่เจ็บตัว เหมาะสำหรับการตรวจสุขภาพทั่วไปและการติดตามความดันโลหิตในชีวิตประจำวัน ส่วนการวัดแบบ IBP เป็นวิธีที่มีความแม่นยำสูง เหมาะกับผู้ป่วยวิกฤตที่ต้องติดตามค่าความดันอย่างใกล้ชิด
การวัดความดันโลหิตอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอช่วยให้สามารถเฝ้าระวังภาวะความดันโลหิตสูงหรือความดันโลหิตต่ำได้ตั้งแต่ระยะแรกและช่วยลดความเสี่ยงของโรคร้ายแรงในอนาคต
คำถามที่พบบ่อย(FAQ)
NIBP คืออะไร?
NIBP (Non-invasive Blood Pressure) คือการวัดความดันโลหิตทางอ้อมโดยใช้เครื่องวัดความดันและผ้าพันแขน (NIBP Cuff) โดยไม่ต้องเจาะหรือสอดอุปกรณ์เข้าไปในหลอดเลือด จึงเป็นวิธีที่ปลอดภัยและนิยมใช้ทั่วไป
NIBP แตกต่างจาก IBP อย่างไร?
NIBP เป็นการวัดความดันแบบไม่รุกล้ำ ไม่เจ็บตัว ส่วน IBP (Invasive Blood Pressure) เป็นการวัดความดันโดยสอดสายเข้าสู่หลอดเลือดแดง ทำให้ได้ค่าที่แม่นยำและติดตามได้ต่อเนื่อง เหมาะสำหรับผู้ป่วยวิกฤต
ค่าความดันโลหิตปกติควรอยู่ที่เท่าไร?
ค่าความดันโลหิตปกติของผู้ใหญ่ทั่วไปจะอยู่ประมาณ 120/80 mmHg และไม่ควรเกิน 140/90 mmHg
ความดันโลหิตสูงอันตรายหรือไม่?
ความดันโลหิตสูงเป็นภาวะที่อันตรายหากปล่อยไว้นานเพราะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง ไตวายและหลอดเลือดแดงแข็งตัว โดยผู้ป่วยจำนวนมากอาจไม่มีอาการเตือนในระยะแรก
ความดันโลหิตต่ำมีอาการอย่างไร?
ผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำอาจมีอาการเวียนศีรษะ หน้ามืด อ่อนเพลีย ใจสั่นหรือเป็นลม โดยมักพบเมื่อค่าความดันต่ำกว่า 90/60 mmHg
NIBP Cuff คืออะไร?
NIBP Cuff คือผ้าพันแขนสำหรับเครื่องวัดความดันโลหิต ใช้พันบริเวณต้นแขนเพื่อช่วยวัดแรงดันเลือด ขนาดของ Cuff มีผลต่อความแม่นยำของค่าความดัน หากใช้ขนาดไม่เหมาะสมอาจทำให้ค่าคลาดเคลื่อนได้
ควรวัดความดันโลหิตเวลาไหนดีที่สุด?
ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการวัดความดันคือช่วงเช้าหลังตื่นนอนและช่วงเย็น โดยควรวัดเวลาเดิมทุกวันเพื่อเปรียบเทียบค่าได้อย่างแม่นยำ
การวัดความดันโลหิตต้องเตรียมตัวอย่างไร?
ก่อนวัดความดันควรพักอย่างน้อย 5 นาที หลีกเลี่ยงชา กาแฟ บุหรี่และการออกกำลังกายก่อนวัด รวมถึงนั่งในท่าที่ผ่อนคลายและวางแขนระดับเดียวกับหัวใจ
เครื่องวัดความดันแบบดิจิทัลแม่นยำหรือไม่?
เครื่องวัดความดันแบบดิจิทัลมีความแม่นยำหากใช้งานถูกวิธีและได้รับการสอบเทียบมาตรฐาน ควรเลือกเครื่องที่ผ่านการรับรองทางการแพทย์และใช้ NIBP Cuff ที่เหมาะกับขนาดแขน
ควรวัดความดันโลหิตบ่อยแค่ไหน?
ผู้ที่มีสุขภาพปกติควรวัดความดันอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ส่วนผู้ที่มีโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ หรือผู้สูงอายุ ควรวัดอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแพทย์