สิวที่หลังปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม สิวที่หลังเป็นปัญหาที่เกี่ยวกับผิวพรรณที่หลายคนมองข้ามโดยเฉพาะผู้ชายที่คิดว่าไม่สำคัญเพราะมีเสื้อผ้าปกปิดแต่ในความเป็นจริงแล้วสิวที่หลังไม่ว่าจะเกิดในผู้หญิงหรือผู้ชายล้วนส่งผลกระทบต่อความมั่นใจโดยเฉพาะเวลาต้องใส่เสื้อเปิดหลังหรือมีทริปท่องเที่ยวไปทะเล ปัจจุบันปัญหาสิวที่หลังเกิดจากอะไรไม่ได้มีแค่เรื่องความสะอาดเท่านั้นแต่ยังเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมและสภาพแวดล้อมในชีวิตประจำวันของคนเราอีกด้วย

สาเหตุสิวที่หลัง เกิดจากอะไรบ้าง? สาเหตุของการเกิดสิวที่หลังที่พบได้บ่อยมากจะมีลักษณะความคล้ายคลึงกับสิวที่เกิดบนใบหน้าโดยเกิดจากการอุดตันของรูขุมขนร่วมกับการสะสมของน้ำมันและแบคทีเรียซึ่งมีปัจจัยหลัก ได้แก่ ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากเกินไปเนื่องจากบริเวณแผ่นหลังเป็นจุดที่มีต่อมไขมันจำนวนมากเมื่อร่างกายผลิตน้ำมัน (Sebum) ออกมามากเกินไปจะทำให้รูขุมขนอุดตันได้ง่ายโดยเฉพาะในคนที่มีผิวมัน เหงื่อสะสมและความอับชื้น เหงื่อเป็นอีกปัจจัยสำคัญของสิวที่หลังเกิดจากอะไรโดยเฉพาะคนที่ออกกำลังกายหรือทำงานกลางแจ้ง เริ่มจากเหงื่อจะพาแบคทีเรียและสิ่งสกปรกสะสมบนผิว หากปล่อยให้เกิดการหมักหมมไม่รีบอาบน้ำจะทำให้รูขุมขนอุดตันและเกิดสิวได้ง่ายยิ่งปล่อยให้แห้งเองก็ยิ่งเสี่ยงต่อการเกิดสิวได้ง่าย การเสียดสีจากเสื้อผ้าหรือพนักเก้าอี้ การเสียดสี (Friction) เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดสิวผดหรือสิวอักเสบบริเวณแผ่นหลัง ยกตัวอย่างพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดสิวที่หลังคือ นั่งพิงเก้าอี้เป็นเวลานาน สะพายกระเป๋าหนักๆ ใส่เสื้อผ้ารัดติ้ว การเสียดสีรวมกับเหงื่อที่ขับออกมาจากร่างกายจะทำให้ผิวอักเสบเพิ่มขึ้นได้
การสวมใส่เสื้อผ้าที่มีความหนาหรือการระบายอากาศไม่ดี เสื้อผ้าที่ไม่ระบายอากาศ เช่น ผ้าใยสังเคราะห์ หรือเสื้อหนาเกินไปจะทำให้เกิดความอับชื้นบนผิวหนังทำให้เกิดผลลัพธ์คือเหงื่อไม่สามารถระบายออกได้ รูขุมขนเกิดการอุดตันได้ง่ายและแบคทีเรียเจริญเติบโตได้ดี นี่เป็นสาเหตุที่คนจำนวนมากเป็นสิวที่หลังโดยไม่รู้ตัว ฮอร์โมน (โดยเฉพาะวัยรุ่นและวัยทำงาน) ฮอร์โมนมีผลโดยตรงต่อการผลิตน้ำมันของผิว โดยเฉพาะฮอร์โมน Androgen ช่วงที่มักเกิดสิวคือ วัยรุ่น ช่วงมีประจำเดือน ช่วงเครียดหรือพักผ่อนไม่พอ เชื้อแบคทีเรีย เช่น Cutibacterium acnes เชื้อแบคทีเรียชนิดนี้เป็นตัวการหลักของการเกิดสิว เมื่อรูขุมขนอุดตันเชื้อจะเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วและทำให้เกิดการอักเสบที่นำไปสู่การเกิดสิวแดง สิวอักเสบ สิวหัวหนอง นอกจากนี้ ในบางกรณีอาจมีเชื้อยีสต์ Malassezia ที่ทำให้เกิดสิวลักษณะคล้ายผด โดยเฉพาะในคนที่มีเหงื่อออกมาก จะเห็นได้ว่า สาเหตุของสิวที่หลังเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันส่วนเกิน เหงื่อ การเสียดสี ฮอร์โมนและเชื้อแบคทีเรีย ดังนั้นการแก้ปัญหาสิวที่หลังให้ได้ผลจำเป็นต้องดูแลทั้งความสะอาด ลดความอับชื้นและปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันควบคู่กันไป
วิธีรักษาสิวที่หลัง (Back Acne Treatment) การรักษาสิวที่หลังควรเน้นแก้ที่สาเหตุและทำอย่างต่อเนื่องในเรื่องต่อไปนี้คือ 1. รักษาความสะอาดอย่างถูกวิธี ไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำทันทีหลังออกกำลังกายโดยใช้สบู่หรือเจลอาบน้ำสูตรลดสิวเพื่อหลีกเลี่ยงการปล่อยให้เหงื่อหมักหมม 2. ใช้ผลิตภัณฑ์เฉพาะทาง เช่น สบู่/เจลที่มีส่วนผสม เช่น Salicylic Acid หรือ Benzoyl Peroxide ในบางกรณีสามารถใช้แชมพูขจัดรังแค (สำหรับเชื้อยีสต์) ฟอกหลัง ทิ้งไว้ 5–10 นาที แล้วล้างออก 3. ลดการอุดตันของผิวด้วยการสครับผิวเบาๆ สัปดาห์ละ 1–2 ครั้งและเลือกเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี 4. ปรับพฤติกรรม โดยหลีกเลี่ยงเสื้อผ้ารัดแน่นจนเกินไป ซักผ้าปูที่นอนและเสื้อผ้าให้สะอาด ไม่ปล่อยผมยาวที่มีผลิตภัณฑ์ตกค้างจนผมสัมผัสแผ่นหลัง
วิธีลดสิวที่หลังด้วยตัวเองแบบง่ายๆ สำหรับคนที่อยากแก้สิวที่หลังด้วยตัวเองสามารถเริ่มจากวิธีง่ายๆ เช่น อาบน้ำวันละ 2 ครั้งโดยใช้ผ้าขนหนูที่สะอาดทุกครั้ง หลีกเลี่ยงครีมบำรุงที่มีน้ำมันสูงบริเวณหลัง ดื่มน้ำมากขึ้น และพักผ่อนให้เพียงพอ หากลองทำตามวิธีกำจัดสิวที่หลังแล้วไม่ดีขึ้นหรือมีอาการดังนี้ สิวอักเสบรุนแรง มีหนองหรือเป็นก้อนลึก ทิ้งรอยดำ รอยแผลเป็นไว้บนใบหน้านั่นคือข้อพิจารณาในการตัดสินใจเพื่อไปพบแพทย์ผิวหนังเพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม เช่น ยาทา ยากิน หรือเลเซอร์
สิวที่หลังเป็นปัญหาที่สามารถรักษาได้หากมีความเข้าใจถึงสาเหตุสิวที่หลังและเลือกวิธีรักษาสิวที่หลังที่เหมาะสม การดูแลความสะอาด ลดการอุดตันของรูขุมขนและปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันคือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้สิวลดลงและไม่กลับมาเป็นซ้ำ