ปวดประจำเดือน(Dysmenorrhea) เป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในผู้หญิงโดยเฉพาะช่วงวัยรุ่นและวัยเจริญพันธุ์ อายุประมาณ 15–25 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอย่างชัดเจน โดยทั่วไปอาการปวดประจำเดือนมักเริ่มตั้งแต่ครั้งแรกที่มีประจำเดือนและในบางคนอาการจะค่อยๆ ลดลงเมื่ออายุมากขึ้นแต่ก็มีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่ยังคงปวดท้องประจำเดือนอย่างต่อเนื่องไปจนถึงวัยหมดประจำเดือน

สาเหตุปวดประจำเดือน เกิดจากอะไร? สาเหตุปวดประจำเดือนหลักๆ เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนโดยเฉพาะสารที่เรียกว่าพรอสตาแกลนดิน (Prostaglandin) ซึ่งกระตุ้นให้มดลูกบีบตัวเพื่อขับเยื่อบุโพรงมดลูกออกมา ผลที่เกิดขึ้นคือ มดลูกหดเกร็งมากกว่าปกติ เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อมดลูกลดลง เกิดอาการปวดท้องน้อย นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้ปวดประจำเดือนรุนแรงมากขึ้น ได้แก่ ความเครียดและความวิตกกังวล พักผ่อนไม่เพียงพอ ขาดการออกกำลังกาย พฤติกรรมการกินอาหารที่ไม่เหมาะสม
อาการปวดประจำเดือนที่พบบ่อย อาการปวดประจำเดือนมีหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล เช่น ปวดหน่วงบริเวณท้องน้อย ปวดบิดเป็นพักๆ ปวดร้าวไปหลังหรือบั้นเอว ส่วนอาการร่วมที่อาจเกิดขึ้นได้ได้แก่ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด อ่อนเพลีย มีไข้ต่ำ หากมีปวดประจำเดือนรุนแรงจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและแนวทางแก้ไขอาการเพิ่มเติม
วิธีบรรเทาปวดประจำเดือนแบบได้ผล 1. การใช้ยาแก้ปวดประจำเดือน การใช้ยาแก้ปวดประจำเดือนเป็นวิธีที่ได้ผลเร็ว เช่น พาราเซตามอล ไอบูโพรเฟน อินโดเมทาซิน ควรใช้ตามคำแนะนำและหลีกเลี่ยงการใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานโดยไม่ปรึกษาแพทย์ 2. วิธีลดปวดท้องประจำเดือนแบบธรรมชาติ สำหรับคนที่ไม่อยากพึ่งยาสามารถใช้วิธีลดปวดท้องประจำเดือนแบบธรรมชาติได้ เช่น ประคบร้อนบริเวณหน้าท้อง ดื่มน้ำอุ่นหรือชาสมุนไพร นวดเบาๆ บริเวณท้องน้อย ฝึกหายใจลึกๆ ช่วยผ่อนคลาย 3. ปรับพฤติกรรมเพื่อลดอาการปวดประจำเดือน การดูแลสุขภาพในระยะยาวช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น กินอาหารครบ 5 หมู่ เน้นผักผลไม้และไฟเบอร์สูง เพิ่มอาหารที่มีแคลเซียม ธาตุเหล็กและวิตามินบี ออกกำลังกายสม่ำเสมอ นอนหลับให้เพียงพอ ลดความเครียด
ปวดประจำเดือนแบบไหน เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์? หากมีอาการปวดประจำเดือนควรไปพบแพทย์หากมีอาการดังนี้ ปวดประจำเดือนรุนแรงผิดปกติ ปวดนานหลายวันจนทำงานไม่ได้ ยาแก้ปวดเอาไม่อยู่ มีเลือดออกผิดปกติ ทั้งนี้เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคบางอย่าง เช่น เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่หรือโรคทางนรีเวชอื่นๆ
ปวดประจำเดือนเป็นอาการที่พบได้ทั่วไปและมักไม่อันตรายแต่สามารถส่งผลต่อคุณภาพชีวิตได้ การเข้าใจสาเหตุปวดประจำเดือนและเลือกใช้ วิธีบรรเทาปวดประจำเดือนที่เหมาะสม ทั้งการใช้ยาและการดูแลตัวเองจะช่วยให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติและสบายมากขึ้น